Friday, 24 May 2024
ECONBIZ NEWS

ขยายความเจริญ!! 'ลุงหนู' ไฟเขียว!! ร่างงบฯ ปี 67 แตะ 2.44 แสนล้านบาท ดันเมกะโปรเจ็กต์ หนุนแผนระบบขนส่งคมนาคม

‘อนุทิน’ นั่งหัวโต๊ะไฟเขียวร่างงบประมาณปี 67 กว่า 2.44 แสนล้านบาท ดันโครงการเมกะโปรเจ็กต์ หนุนแผนระบบขนส่งคมนาคม เร่งสรุปผลงบประมาณรายจ่าย ชงสำนักงบประมาณภายใน 27 ม.ค.นี้

24 ม.ค. 2566 – นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการจัดทำงบประมาณรายจ่ายบูรณาการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 คณะที่ 3.2 แผนงานบูรณาการพัฒนาด้านคมนาคมและระบบโลจิสติกส์ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบร่างคำของบประมาณบูรณาการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 แผนงานบูรณาการพัฒนาด้านคมนาคมและระบบโลจิสติกส์ จำนวน 108 โครงการ วงเงินรวมทั้งสิ้น 244,505.6705 ล้านบาท โดยเป็นการบูรณาการร่วมกันของ 7 กระทรวง 26 หน่วยงาน

ทั้งนี้แบ่งเป็น เป้าหมายที่ 1 จำนวน 11 หน่วยงาน สำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคม (สปค.)กรมทางหลวง (ทล.) กรมทางหลวงชนบท (ทช.)กรมเจ้าท่า (จท.) กรมท่าอากาศยาน (ทย.) กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) (กรมการขนส่งทางราง (ขร.) สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) (การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) รวม 88 โครงการ วงเงิน 243,660.1700 ล้านบาท คิดเป็น 99.65% มีโครงการที่สำคัญ ได้แก่ โครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) M6 บางปะอิน-สระบุรี-นครราชสีมา M81 บางใหญ่-กาญจนบุรี โครงการทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1065 สาย อ.พรานกระต่าย-พิษณุโลก

โครงการพัฒนาทาง และสะพานโครงข่ายทางหลวงชนบท สนับสนุนด้านคมนาคมและระบบโลจิสติกส์ โครงการศูนย์เปลี่ยนถ่ายรูปแบบการขนส่งสินค้าเชียงของ จ.เชียงราย โครงการศูนย์ขนส่งชายแดน จ.นครพนม โครงการปรับปรุงท่าอากาศยาน 16 แห่ง โครงการทางพิเศษ (ด่วน) สายกระทู้-ป่าตอง จ.ภูเก็ต โครงการทางหลวงพิเศษฉลองรัช ส่วนต่อขยาย ช่วงจตุโชติ-ลำลูกกา โครงการออกแบบรายละเอียดงานโยธาโครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนในการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูงเพื่อเชื่อมโยงภูมิภาค โครงการก่อสร้างทางรถไฟสายบ้านไผ่-มหาสารคาม-ร้อยเอ็ด-มุกดาหาร-นครพนม และสายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ เป็นต้น

สำหรับป้าหมายที่ 2 จำนวน 15 หน่วยงาน (จท.) สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) สำนักงานสภาพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ (มว.) กรมวิชาการเกษตร กรมปศุสัตว์/กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ/กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน/สถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง (องค์การมหาชน) สถาบันพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) ม.พะเยา ม.เชียงใหม่ ม.บูรพา และ ม.เทคโนโลยีราชมงคลล้านนา รวม 20 โครงการ วงเงิน 845.5005 ล้านบาท คิดเป็น 0.35% มีโครงการที่สำคัญ ได้แก่ โครงการพัฒนาและปรับปรุงระบบสารสนเทศเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานและการให้บริการประชาชนเพื่อรองรับงาน NSW

ปชช.แปดริ้ว แห่ซื้อของไหว้รับตรุษจีน แม่ค้ายันขายราคาเดิมเท่าสารทจีนปีที่แล้ว

(ฉะเชิงเทรา) ไก่แปดริ้วตัวละ 450 หัวหมูราคา 700 ด้านแม่ค้ายันขายราคาเดิมเท่าช่วงเทศกาลสารทจีนเมื่อปีที่แล้ว เหตุจากของแพงขึ้นตามราคาสินค้าที่ขึ้นในช่วงก่อนหน้า ขณะ ส.ส.หนุ่มเมืองแปดริ้วควงภรรยาเดินจ่ายตลาด พร้อมอวยพรปีใหม่ให้ชาวไทยเชื้อสายจีน “เฮง เฮง รวย รวย” ยันพร้อมลงสมัครเลือกตั้ง ส.ส.รับใช้ประชาชนอีกสมัยในนามพรรคภูมิใจไทย

วันที่ 20 ม.ค.66 เวลา 09.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศของประชาชนชาวไทยเชื้อสายจีน ที่ต่างพากันออกมาจับจ่ายตลาด ซื้อสินค้าเครื่องเซ่นไหว้บรรพบุรุษในช่วงเทศกาลตรุษจีน ภายในตัวเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา ว่าบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก จนทำให้การสัญจรบนถนนหลายเส้นทางติดขัดแน่นไปทั่วทั้งเมือง โดยเฉพาะเส้นทางมุ่งหน้าไปยังตลาดสดบ่อบัว ในเขตเทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา ที่มีประชานชนออกมาเดินจับจ่ายซื้อสินค้ากันอย่างเนืองแน่น ตั้งแต่เมื่อช่วงเช้ามืด

ขณะที่ราคาสินค้าเครื่องเซ่นไหว้นั้น มีราคาขายค่อนข้างสูงจนดูแพงผิดหูผิดตาไปจากในอดีตมาก เช่น ราคาหัวหมู (สุกร) ต้มสุกนั้นมีวางจำหน่ายกันในราคาหัวละ 700 บาท ส่วนราคาเนื้อไก่ที่ขายกันแบบยกทั้งตัวนั้น ราคาไก่บ้านตัวละ 400 – 450 บาท ส่วนราคาไก่เนื้อตัวละ 220 บาท ขณะที่ร้านค้าในตลาดเดียวกันบางร้านได้มีการปิดป้ายขายไก่เนื้อในราคาตัวละ 150 บาท และไก่บ้านในราคา 170 บาท ซึ่งเป็นราคาที่ถูกลงว่ากันมาก โดยที่ ปชช.ไม่ทราบว่าวัตถุดิบนั้น มีความแตกต่างกันอย่างไร ขณะที่ราคาผักและผลไม้นั้นยังคงวางขายกันในราคาปกติที่ไม่สูงมากนัก

ปตท. ผุด ‘on-ion’ สถานีชาร์จไฟรถยนต์ EV เต็มรูปแบบ นำร่อง 17 สาขา ศูนย์การค้าเซ็นทรัล

ออน-ไอออน เปิดให้บริการสถานีชาร์จไฟ EV ด้วยพลังงานสะอาดอย่างเต็มรูปแบบแล้ววันนี้ ในศูนย์การค้าเซ็นทรัล 17 สาขา พร้อมเชื่อมต่อความสุข ให้ทุกการเดินทางไม่สะดุด ด้วยจุดบริการทั่วไทย

เมื่อวานนี้ (18 ม.ค. 66) นายเชิดชัย บุญชูช่วย รองกรรมการผู้จัดการใหญ่นวัตกรรมและธุรกิจใหม่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วย นายโทรณ หงศ์ลดารมภ์ Head of EV Charger Business บริษัท อรุณ พลัส จำกัด (ARUN PLUS) ร่วมพิธีเปิดให้บริการสถานีอัดประจุสำหรับยานยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ ภายใต้แบรนด์ ออน-ไอออน (on-ion EV Charging Station) ในพื้นที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พร้อมให้บริการชาร์จไฟแก่รถยนต์ไฟฟ้าด้วยพลังงานสะอาด เชื่อมต่อความสุข เดินทางไม่สะดุด จุดบริการทั่วไทย ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ลาดพร้าว กรุงเทพฯ 

on-ion EV Charging Station พร้อมให้บริการเต็มรูปแบบในพื้นที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล 17 สาขาได้แก่ เซ็นทรัลเวิลด์, เซ็นทรัลปิ่นเกล้า, เซ็นทรัลเฟสติวัล เชียงใหม่, เซ็นทรัลเชียงใหม่ แอร์พอร์ต, เซ็นทรัล อยุธยา, เซ็นทรัลบางนา, เซ็นทรัล พระราม 2, เซ็นทรัล วิลเลจ สุวรรณภูมิ, เซ็นทรัล เวสต์เกต, เซ็นทรัล อุดรธานี, เซ็นทรัล อีสต์วิลล์, เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ, เซ็นทรัล ศาลายา, เซ็นทรัล ลาดพร้าว, เซ็นทรัล โคราช, เซ็นทรัล พระราม 3 และ เซ็นทรัล พระราม 9 และพร้อมให้บริการอีก 20 สาขาทั่วประเทศเร็ว ๆ นี้ 

พาณิชย์จันทบุรี จัดจำหน่ายสินค้าตามโครงการพาณิชย์...ลดราคา! ช่วยประชาชน ปี 2565 งวดที่ 1

วันที่ 17 มกราคม 2566 นายจิรวุฒิ สุวรรณอาจ พาณิชย์จังหวัดจันทบุรี มอบหมายกลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า สำนักงานพาณิชย์จังหวัดจันทบุรี ลงพื้นที่กำกับดูแลความเรียบร้อยในการจัดกิจกรรมจำหน่ายสินค้า “พาณิชย์...ลดราคา! Mobile ทั่วไทย Lot 20 (ภูมิภาค) จังหวัดจันทบุรี” ตามโครงการพาณิชย์...ลดราคา! ช่วยประชาชน ปี 2565 งวดที่ 1 จัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการครองชีพมากกว่า 80 รายการ ลดราคาสูงสุดถึง 80%

โดยมีสินค้าไฮไลท์ที่จัดจำหน่ายในราคาพิเศษ ได้แก่ หมูเนื้อแดง กิโลกรัมละ 160 บาท น่องไก่ติดสะโพก กิโลกรัมละ 65 บาท ไข่ไก่ เบอร์ M แผงละ 95 บาท และน้ำตาลทราย กิโลกรัมละ 20 บาท จัดจำหน่ายระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน 2565 - 2 กุมภาพันธ์ 2566 ตั้งแต่เวลา 11.00 น. - 17.00 น. วันละ 8 จุด จุดละ 3 วัน รวม 160 จุด ครอบคลุมพื้นที่ทั้ง 10 อำเภอ ของจังหวัดจันทบุรี โดยในวันนี้จัดจำหน่ายในพื้นที่อำเภอเมืองจันทบุรี และอำเภอท่าใหม่

สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตราด ร่วมงานแถลงข่าวการจำหน่ายสินค้าในเทศกาลตรุษจีน ตามโครงการพาณิชย์ลดราคา LOT 23 ตรุษจีนปีกระต่ายทอง ปี 2566

เมื่อวันที่ 17 ม.ค. 66 สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตราด และผู้ประกอบการค้า จังหวัดตราด ร่วมงานแถลงข่าวการจำหน่ายสินค้าในเทศกาลตรุษจีน ตามโครงการพาณิชย์ลดราคา! LOT 23 ตรุษจีนปีกระต่ายทอง ปี 2566 ผ่านระบบ Zoom Meeting ณ ตลาดสดซอยไร่รั้ง อำเภอเมืองตราด จังหวัดตราด โดยมี นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธาน

โดย จังหวัดตราด ได้มีผู้ประกอบการค้าในตลาดสดซอยไร่รั้ง บริษัทสยามแมคโคร จำกัด (มหาชน) สาขาตราด บริษัท เอก–ชัย ดิสทริบิวชั่น จำกัด สาขาตราด เข้าร่วมโครงการฯ จัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค ที่คนไทยเชื้อสายจีนใช้สำหรับการไหว้เจ้า เช่น ไก่ต้มสุกรวมเครื่องใน, ไก่สด, ชุดไหว้ตรุษจีน, ผลไม้ และอื่น ๆ เริ่มตั้งแต่วันที่ 17 - 20 มกราคม 2566 เพื่อลดค่าครองชีพให้กับประชาชน รวมทั้งกระตุ้นการบริโภคสินค้าและบริการ อันจะเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจโดยรวมภายในประเทศ

แห่ชมดูลุงปลูกสตรอเบอรี่ 2 เดือน ได้กินลูก จ.ปราจีนบุรี

เมื่อวันที่ 11 ม.ค. 66 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านสัมพันตาใหม่ หมู่ที่15 ตำบลวังตะเคียน อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี พากันไปดูสวนสตรอเบอรี่ในทุ่งนาของคุณลุงศรี ผันนลา หรือ ลุงมนตรี ผันนลา อายุ 61 ปี ซึ่งหันมาทดลองปลูกสตอเบอรี่สายพันธุ์พระราชทาน 80 ซื้อมาจากจังหวัดเชียงใหม่ ต้นละ 15 บาท จำนวน 200 ต้น และได้ทดลองปลูกในที่นา

หลังจากเก็บเกี่ยวข้าวปลายเดือน พ.ย. 65 ที่ผ่านมา โดยใช้รถไถยกร่องสูง 30 ซม. กว้าง 30 ซม.ได้นำต้นพันธุ์ที่ซื้อมาปลูกใส่หลุมที่เจาะหลุมกว้าง 15 ซม. แล้ววางลงในหลุมที่เจาะเป็นรูระยะห่างแถว 20×20 ซม.

ทั้งนี้ หลังจากปลูกแล้วรดน้ำวันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น ใช้น้ำใส่ถังสำหรับรถน้ำต้นไม้เทลาดผ่าน สลับกับการใส่ปุ๋ยน้ำหมักชีวภาพทำขึ้นมาเอง สลับกับเครื่องดื่มชูกำลังผสมกับผงชูรส แล้วนำมารดทุก 3 วัน สตรอเบอรี่เริ่มออกดอกติดลูกเมื่อมีอายุ 45 วัน และลูกจะแก่ภายในวัน 50 วัน เป็นการทดลองและศึกษาเรียนรู้ด้วยตัวเอง ทดลองชำยอดสตรอเบอรี่เพื่อไว้ขยายพันธุ์ โดยนำถุงพลาสติกขนาดเล็กผสมดินเล็กน้อยครึ่งถุง นำส่วนยอดที่แตกตารากกดลงไปในถุง 10 วันให้หลัง รากจะเดินเต็มที่ ตัดออกจากต้นแม่ รอการขยายพันธุ์ต่อไป

รมว.สุชาติ จัดมหกรรมสร้างอาชีพ สร้างรายได้ พลิกโฉมตลาดแรงงานไทย

วันที่ 11 มกราคม 2566 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานเปิดโครงการมหกรรม รวมพลัง สร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ ภายใต้นโยบาย “สืบสาน รักษา ต่อยอด ฟื้นฟู พลิกโฉมตลาดแรงงานไทย” โดยมีนางสาวบุปผา เรืองสุด รองปลัดกระทรวงแรงงาน รักษาราชการแทนอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงกระทรวงแรงงาน หัวหน้าส่วนราชการหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานจังหวัดชลบุรี ร่วมให้การต้อนรับ ณ วิทยาลัยเทคโนโลยีภาคตะวันออก (อี.เทค.) จังหวัดชลบุรี

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า จากการระบาดของโควิด 19 ส่งผลกระทบรุนแรงต่อแรงงานไทยเป็นอย่างมาก กระทรวงแรงงานได้เล็งเห็นถึงผลกระทบด้านแรงงานที่ส่งผลให้ระบบเศรษฐกิจของประเทศชะลอตัวลง ภายหลังสถานการณ์โควิด 19 กระทรวงแรงงานพบว่าอัตราการจ้างงานลดลง เนื่องจากการปรับตัวทางธุรกิจของสถานประกอบการ ซึ่งเน้นการทำธุรกรรมต่าง ๆ ผ่านระบบออนไลน์และปรับตัวเป็นดิจิทัลมากขึ้น การนำเทคโนโลยีต่าง ๆ เข้ามาใช้ในการบริหารจัดการ ทำให้ลดการจ้างแรงงานในระบบมากขึ้น ก่อให้เกิดธุรกิจใหม่ที่ทำให้แรงงานในระบบ ต้องพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานของตนเองให้ทันต่อธุรกิจที่เกิดใหม่ และคนจำนวนมากหันมาประกอบอาชีพเสริมหรืออาชีพอิสระเพิ่มขึ้น

ดังนั้น การยกระดับและเรียนรู้ทักษะใหม่ จึงเป็นภารกิจสำคัญของกระทรวงแรงงาน ที่ต้องนำแรงงานที่มีทักษะกลับเข้าสู่ระบบการจ้างงาน และสร้างแรงงานนอกระบบที่เข้มแข็งขึ้นมา เพื่อให้ระบบเศรษฐกิจที่มีเสถียรภาพและยั่งยืน จึงได้มอบหมายให้กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน จัดโครงการมหกรรม รวมพลัง สร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้  ขึ้น เพื่อให้แรงงานไทยได้มีโอกาสเรียนรู้เกี่ยวกับอาชีพต่าง ๆ สามารถใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจเลือกประกอบอาชีพ ตามความถนัดและตรงกับความต้องการของตนเองได้

สมาคมผู้ผลิตทุเรียนไทย อบรมการตัดแต่งผลทุเรียนรุ่นแรกให้เกษตรกรตะวันออก สร้างมาตรฐานทุเรียนดีสู้เวียดนาม

สมาคมผู้ผลิตทุเรียนไทย อบรมการตัดแต่งผลทุเรียนรุ่นแรกภาคตะวันออกให้แก่ชาวสวนทุเรียนในจังหวัดระยอง จันทบุรี และตราด ​รองรับผลผลิตที่กำลังจะออกสู่ตลาด ชี้เฉพาะระยองที่เดียวจะมีผลผลิตทั้งปีมากถึง 1.5 แสนตัน วอนเกษตรกรไม่ตัดทุเรียนอ่อน หลังเวียดนามไล่บี้ตลาดไทยในจีน

เมื่อวันที่ 8 ม.ค. 2566 สมาคมผู้ผลิตทุเรียนไทย ได้จัดกิจกรรมอบรมตัดแต่งผลทุเรียนรุ่นแรกของภาคตะวันออกให้แก่เกษตรกรชาวสวนทุเรียนในจังหวัดระยอง จันทบุรี ตราด จำนวน 200 ราย เพื่อพัฒนาคุณภาพและสร้างมาตรฐานและความน่าเชื่อถือให้ทุเรียนภาคตะวันออก ส่งเสริมให้เกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนมีความตระหนักผลิตทุเรียนที่มีคุณภาพ

โดยมี นายโอภาส กว้างมาก รักษาราชการเกษตรจังหวัดระยอง เป็นประธานเปิดกิจกรรมอบรม นายพิทวัฒน์ อ่อนทองหลาง ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตร เขตที่ 6 นายบัญญัติ เจตนจันทร์ ส.ส.ระยอง และนายวสันต์ รื่นรมย์ นายกสมาคมผู้ผลิตทุเรียนไทย นำสมาชิกสมาคมเข้าร่วม ที่สวนแปลงปลูกทุเรียนต้นคู่เจ๊จุ๋ม บ้านเนินหย่อง หมู่ 8 ตำบลวังหว้า อำเภอแกลง จังหวัดระยอง

ภายในกิจกรรมมีทั้งการบรรยายความรู้เรื่อง สรีระวิทยาของทุเรียนระยะต่าง ๆ การตัดแต่งผลทุเรียน การบำรุงรักษาผลทุเรียนให้ได้คุณภาพ แนวทางการส่งออกทุเรียน นิทรรศการองค์ความรู้ด้านการผลิตทุเรียน พร้อมทั้งกิจกรรมการสาธิตการตัดแต่งผลทุเรียน

‘อินโนบิก’ ผนึก ‘ฮาตาริ เน็กซ์’ จำหน่ายอุปกรณ์ทางการแพทย์แบบใช้ในบ้าน รองรับเทรนด์ดูแลสุขภาพง่ายๆ ด้วยตนเอง

อินโนบิก ร่วมมือกับ ฮาตาริ เน็กซ์ มุ่งนำร่องพัฒนาและจัดจำหน่าย อุปกรณ์ทางการแพทย์ แบบใช้ภายในบ้าน เพื่อให้บุคคลทั่วไปสามารถดูแลสุขภาพได้ด้วยตนเอง

บริษัท อินโนบิก (เอเซีย) จํากัด และ บริษัท ฮาตาริ เน็กซ์ จํากัด ร่วมเดินหน้าพัฒนาอุปกรณ์ทางการแพทย์แบบใช้ภายในบ้าน (Home-Use Medical Device) สะดวกพกพา ง่ายต่อการใช้งาน ซึ่งจะช่วยให้บุคคลทั่วไปสามารถดูแลสุขภาพร่างกายของตนเองและคนในครอบครัวได้ดียิ่งขึ้น อาทิ การร่วมกันพัฒนาอุปกรณ์เครื่องตรวจวัดน้ำตาลในเลือดโดยไม่ต้องเจาะเลือด (Non-Invasive Blood Glucose Monitor) ที่เหมาะสมกับคนไทย โดยวางแผนพร้อมจําหน่ายภายในปี 2566 นอกจากนี้ ยังร่วมมือกันในการจัดจําหน่ายอุปกรณ์เครื่องคลื่นไฟฟ้าหัวใจแบบพกพาแบรนด์ CMATE และเครื่องวัดความดันโลหิตแบบพกพา โดย อินโนบิก จะเป็นผู้แทนในการจัดจําหน่ายผ่านช่องทางต่างๆ ทั้งออนไลน์ ร้านขายยา และโรงพยาบาล

ดร. บุรณิน รัตนสมบัติ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจใหม่และโครงสร้างพื้นฐาน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และประธานกรรมการ บริษัท อินโนบิก (เอเซีย) จำกัด เปิดเผยว่า “อุปกรณ์ทางการแพทย์แบบใช้ภายในบ้านถือเป็นแนวโน้มใหม่ของการป้องกันและตรวจวินิจฉัยสุขภาพเบื้องต้น โดยคาดการณ์ในอีก 5 ปีข้างหน้า ในปี 2571 จะมีมูลค่าตลาดอยู่ที่ 35,000 ล้านเหรียญสหรัฐ จึงทำให้มีการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ ออกสู่ตลาดอย่างสม่ำเสมอโดยอาศัยความรู้ทางการแพทย์ควบคู่กับเทคโนโลยีทางวิศวกรรมและการวิเคราะห์ข้อมูล (data analytic) ประกอบกับการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ และความใส่ใจด้านสุขภาพของไทย ทำให้มีความต้องการอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ทันสมัย สะดวกต่อการใช้งานมากยิ่งขึ้น ด้วยความเชี่ยวชาญและองค์ความรู้ในการพัฒนาเทคโนโลยีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของฮาตาริ ผนวกกับความเชี่ยวชาญด้านนวัตกรรม ความรู้ ประสบการณ์ด้านอุปกรณ์ทางการแพทย์และการดูแลรักษาสุขภาพของ

อินโนบิก จึงเกิดความร่วมมือในการพัฒนาอุปกรณ์ทางการแพทย์ แบบใช้ภายในบ้าน ที่มีระบบวิเคราะห์และประมวลผลที่แม่นยําและเข้าใจง่ายในครั้งนี้ โดยผู้ใช้สามารถตรวจประเมินสุขภาพเบื้องต้นได้ด้วยตนเองและสามารถนําข้อมูลไปปรึกษาแพทย์ได้ ตอกย้ำความมุ่งมั่น ของ อินโนบิก (เอเซีย) ที่ดำเนินธุรกิจวิทยาศาสตร์เพื่อชีวิต (Life Science) ยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทย และลดการพึ่งพาการนําเข้า เพื่อสร้างความมั่นคงทางด้านสุขภาพ

คุณวิชัย วนวิทย์ ประธานบริษัท ฮาตาริ เน็กซ์ จำกัด กล่าวว่า “ความร่วมมือในครั้งนี้จะนำร่องด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีอุปกรณ์เครื่องตรวจวัดน้ำตาลในเลือดโดยไม่ต้องเจาะเลือด ที่สามารถวิเคราะห์และประมวลผลลักษณะทางกายภาพของคนไทยได้อย่างแม่นยำ ตอบโจทย์การรักษาผู้ป่วยโรคเบาหวานในประเทศ ที่ในปัจจุบันมียอดสะสมสูงถึง 4.8 ล้านคน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นชนิดที่ยังไม่ต้องฉีดอินซูลินเพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด นอกจากนี้ผู้ที่มีภาวะความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน หรือที่เรียกว่า Pre-Diabetes คือมีช่วงค่าระดับน้ำตาลในเลือดก่อนทานอาหารอยู่ในช่วง 100-125 มิลลิกรัม/เดซิลิตร จะมีแนวโน้มสูงขึ้น ถึงกว่าหลายสิบล้านคนและเพิ่มขึ้นกว่า 500,000 คนในแต่ละปี ความร่วมมือกันระหว่างบริษัท ฮาตาริ เน็กซ์ และ บริษัท อินโนบิก จะพัฒนาอุปกรณ์ดังกล่าวที่สามารถคำนวณค่าระดับน้ำตาลในเลือดได้อย่างแม่นยำ ผ่านระบบปัญญาประดิษฐ์อัจฉริยะ (AI) โดยจะมีขนาดเล็กและน้ำหนักเบา สะดวกต่อการพกพา ในราคาที่เข้าถึงได้ เพื่อให้ผู้ป่วยเบาหวานและผู้ที่มีภาวะเสี่ยงต่อการเป็นโรคนี้ สามารถเข้าถึงการตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดได้ง่ายยิ่งขึ้น สามารถดูแลสุขภาพได้ด้วยตนเอง เพื่อส่งเสริมสุขภาพที่ดีให้กับคนไทยต่อไป”

สระแก้วเริ่มแล้ว!! เทศกาลฤดูหนาว อำเภอวังน้ำเย็น “WANGNAMYEN IN LOVE 2023” เตรียมพร้อมนับถอยหลังเคาท์ดาวน์รับปีใหม่ 2566 สุดอลังการ

เมื่อค่ำวันที่ 27 ธ.ค.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เทศบาลเมืองวังน้ำเย็น ตำบลวังน้ำเย็น อำเภอวังน้ำเย็น จังหวัดสระแก้ว ทางสมาคมผู้สูงอายุวังน้ำเย็น ร่วมกับเทศบาลเมืองวังน้ำเย็น โดยนายวันชัย นารีรักษ์ นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองวังน้ำเย็น ได้ร่วมกันจัดงานเทศกาลฤดูหนาวอำเภอวังน้ำเย็น “WANGNAMYEN IN LOVE 2023” เริ่มตั้งแต่ 27-31 ธันวาคม 2565 โดยกิจกรรมเริ่มตั้งแต่เวลา 18.00 น.ทุกวัน

ซึ่งก่อนเริ่มงานทางกองสวัสดิการสังคม เทศบาลเมืองวังน้ำเย็น ได้ทำกิจกรรมซื้อ-ขายเสื้อ WANGNAMYEN IN LOVE 2023 โดยรายได้ทั้งหมดหลังจากหักค่าใช้จ่าย มอบให้สมาคมผู้สูงอายุวังน้ำเย็น เพื่อใช้ประโยชน์สำหรับกลุ่มผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ยากไร้ด้วย

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า งานเทศกาลฤดูหนาวอำเภอวังน้ำเย็น “WANGNAMYEN IN LOVE 2023″วันแรก มีนายกิจจา เสาวรส นายอำเภอวังน้ำเย็น เดินทางมาเป็นประธานและมอบใบประกาศนียบัตรให้กับการแสดงชุด แฟนตาซี สุขสันต์วันละคร ของนักเรียนชั้น อนุบาล 1 และ 2 ชุด แฟนตาซี หนูน้อยเริงร่า จากโรงเรียนอนุบาลเทศบาลเมืองวังน้ำเย็น โดยที่เวทีกลาง ลานด้านหลังอาคารเฉลิมพระเกียรติฯ มีการแสดงดนตรีสดจากนักศึกษาวิทยาลัยเทคนิควังน้ำเย็น พร้อมทั้งมีการประกวดร้องเพลงรอบคัดเลือกที่เวทีสวนสาธารณะ ซึ่งบริเวณโดยรอบจะมีถนนคนเดิน สำหรับจำหน่ายสินค้า อาหารและเครื่องดื่มด้วย


TRENDING
© Copyright 2022, All rights reserved. Eec Time Thailand
Take Me Top